CLINIC JANISTAR

คลินิก เจนนิสตา เป็นคลินิกเสริมความงาม

BLACK CANYON COFFEE

ร้าน black canyon coffee เป็นการตกแต่งร้านกาแฟ ที่ดูทันสมัย

ร้านยา ชัชชัย

ร้านยา ชัชชัย จ.จันทบุรี เป็นการตกแต่งร้านยาแนวใหม่ มีความทันสมัย สวยงาม

โรงพยาบาลสัตว์ ศ. เมืองเอก

โรงพยาบาลสัตว์ ศ. เมืองเอก ลำลูกกา จ. ปทุมธานี

เภสัชมหิดล

ร้านยา เภสัชมหิดล คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ผลิตภัณฑ์กระจก

ลักษณะของกระจกแต่ละชนิด





       - กระจกใส เหมาะสำหรับ ร้านค้า ,ออฟฟิศ, ที่ที่ต้องการโชว์สินค้าต่าง ๆ  (ต้องการความสว่าง) มีความหนา ตั้งแต่ 5 มม. ,6 มม. ,…..20 มม.(หรือมากกว่านี้ ตามลักษณะของงานที่ติดตั้ง)




        - กระจกเขียวใส     เหมาะสำหรับ    บ้าน ,ร้านค้า ,ออฟฟิศ,  ที่ที่ต้องการป้องกันแสง   40 %  มีความหนา ตั้งแต่ 5 มม. ,6 มม. ,…..20 มม.  (หรือมากกว่านี้ ตามลักษณะของงานที่ติดตั้ง)






          -  กระจกชาดำ    เหมาะสำหรับ      บ้าน ,ร้านค้า ,ออฟฟิศ, ที่ที่ต้องการป้องกันแสง 50 %  มีความหนา ตั้งแต่ 5 มม. ,6 มม. ,…..20 มม.  (หรือมากกว่านี้ ตามลักษณะของงานที่ติดตั้ง)




             -  กระจกฝ้า  เหมาะสำหรับ บ้าน ,ร้านค้า ,ออฟฟิศ, ห้องน้ำ , ตู้เสื้อผ้า ที่ที่ต้องการป้องกันการมองเห็น ได้ 70 %  มีความหนา ตั้งแต่ 5 มม. ,6 มม. ,…..20 มม.   (หรือมากกว่านี้ ตามลักษณะของงานที่ติดตั้ง)



                -  กระจกลายผ้า  เหมาะสำหรับ บ้าน ,ร้านค้า ,ออฟฟิศ,ห้องน้ำ,ตู้เสื้อผ้า  ที่ที่ต้องการป้องกันการมองเห็น  80 %  มีความหนา ตั้งแต่ 5 มม. ,6 มม. ,…..20 มม.   (หรือมากกว่านี้ ตามลักษณะของงานที่ติดตั้ง)


ที่มา:เว็บไซต์ kt aluminium
ดูผลงานเพิ่มเติมได้ที่ : http://blueworkthailand.com
Callcenter : 02-876-6096
Tel. : 089-144-0199

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ชนิดของฝ้าเพดาน


วัสดุที่ใช้ทำฝ้าเพดานสำหรับบ้านโดยทั่วไป แบ่งออกเป็น 4 ชนิด
1. ไม้ เป็นฝ้าซึ่งมีราคาค่อนข้างแพง ติดไฟง่าย มี ปัญหาเรื่องปลวก ถ้าคุณภาพไม่ดีอาจบิดงอได้ ใช้ได้ทั้งภายนอกและภายใน ทำให้เกิดบรรยากาศที่อบอุ่น

2.กระเบื้อง แผ่นเรียบ เป็นวัสดุที่ทนต่อน้ำและความชื้น ราคาค่อนข้างถูก แต่ถ้าเกิดการบิดงอจะแตกง่าย เมื่อมา ตีชนกันจะมีร่องซึ่งดูไม่สวยงาม

3. แผ่นยิปซั่ม น้ำหนักเบา ทนไฟ สามารถติดตั้ง ได้เรียบร้อย ไม่มีรอยต่อ หรือจะวางบนฝ้าแขวนแบบที-บาร์ก็ได้ ไม่สามารถทนน้ำได้ ควรใช้ในส่วนที่ไม่โดนน้ำ

4. อลูมิเนียม มีน้ำหนักเบา ดูเรียบร้อย สีสันสวย งาม ทนน้ำและความชื้นได้ สามารถติดตั้งได้ง่าย แต่ราคา ค่อนข้างแพง ไม่สามารถกันความร้อนได้

ประโยชน์ของฝ้าเพดาน
ฝ้าเพดาน คือ แผ่นวัสดุที่ปิดใต้หลังคา หรือพื้นของ อีกชั้นหนึ่ง มีประโยชน์ คือ
1. ช่วยปิดส่วนต่างๆ ที่ไม่เรียบร้อย เช่น ท่อต่างๆ ของห้องน้ำ รวมถึงโครงสร้างต่างๆ ที่ไม่เรียบร้อยและไม่น่าดู
2. ช่วยป้องกันความร้อนใต้หลังคา
3. ช่วยซ่อนอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ เช่น กล่องไฟ และ ดวงโคม
4. ช่วยป้องกันเสียงจากห้องบนชั้นถัดไป
5. ช่วยตกแต่งเพิ่มบรรยากาศต่างๆ ภายในห้องรวม ถึงการเล่นระดับความสูงต่ำต่างๆ ของฝ้าเพดานด้วย
6. สำหรับฝ้าที่เป็นวัสดุทนไฟ ก็สามารถช่วยป้องกัน ไฟได้ด้วย

แหล่งที่มา : เว็บไซต์ alinehomecare
ดูผลงานเพิ่มเติมได้ที่ : http://blueworkthailand.com
Callcenter : 02-876-6096
Tel. : 089-144-0199

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ความรู้เรื่องผนังเบา


ผนังเบา

       ผนังเบา เป็นการตีโครงคร่าวขึ้นมาเป็นโครงผนังแล้วใช้วัสดุที่มีลักษณะเป็นแผ่นมาตีปิด ข้อดีก็คือน้ำหนักไม่มากเกินกว่าที่โครงสร้างเดิมจะรับได้



       ปัจจุบันงานปรับปรุงหรือต่อเติมส่วนใหญ่จะเลือกใช้ผนังเบา เพราะติดตั้งได้สะดวกและรวดเร็ว สามารถรื้อถอนหรือซ่อมแซมได้ง่าย ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายต่างๆได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือไม่จำเป็นต้องทำโครงสร้างคานมารับแนวผนัง สำหรับวัสดุที่ใช้ ทำผนังภายในนั้นก็มีมากมายหลายชนิด ซึ่งก็มีข้อดีและข้อด้อยแตกต่างกันออกไป โดย สิ่งที่เราควรจะนำมาพิจารณาก็คือ คุณสมบัติเฉพาะของวัสดุ อาทิ การเป็นฉนวนกันความร้อน การซึมน้ำ ความทนทาน ฯลฯ ดังนั้นการเลือกใช้วัสดุมาทำผนังจึงต้องคำนึงถึงความเหมาะสมในการนำไปใช้งานด้วย ซึ่งก็แล้วแต่ว่าคุณสมบัติที่ดีข้อไหนของวัสดุจะตรงกับความต้องการของผู้ใช้นั่นเองวัสดุที่นิยมนำมาใช้ทำผนังภายใน
       นอกจากแผ่นไม้อัด แผ่นกระเบื้องซีเมนต์ใยหินหรือกระเบื้องแผ่นเรียบที่นิยมใช้กันมานานแล้วนั้น ก็ยังมีวัสดุทำผนังชนิดอื่นๆให้เลือกใช้งานอีกหลายชนิดด้วยกันดังนี้
ประเภทของวัสดุ
1. แผ่นยิปซัม (Gypsum Board) แบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ ชนิดขอบเรียบและชนิดขอบลาด คุณสมบัติวัสดุ

- แผ่นยิปซัมมีให้เลือกมากมายตามวัตถุประสงค์การใช้งาน เช่น แบบธรรมดา แบบทนไฟ ทนความชื้น หรือแบบหุ้มด้วยอะลูมิเนียมฟอยล์ (ช่วยสะท้อนรังสีความร้อน)
- น้ำหนักเบากว่าผนังก่ออิฐฉาบปูน 5 เท่า (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการออกแบบระบบฝาผนัง)
- ทนไฟได้นาน 0.5 – 4 ชั่วโมง กันเสียง 35 – 60 เดซิเบล
- ขนาดมาตรฐาน 120 x 240 เซนติเมตร ความหนา 12 มิลลิเมตร เหมาะสำหรับการกรุผนังเพื่อกั้นห้องต่างๆ
วิธีติดตั้งและอุปกรณ์เสริม
-ติดตั้งบนโครงคร่าวไม้หรือโครงคร่าวเหล็กชุบสังกะสี
- ชนิดขอบเรียบใช้ติดตั้งแบบเว้นร่อง หรือติดตั้งบนโครงคร่าวแขวนทีบาร์ (ทำฝ้าเพดาน)
- ชนิดขอบลาดใช้ติดตั้งแบบตีชิดหรือฉาบเรียบไร้รอยต่อ
อุปกรณ์เสริม
- ปูนกาวติดแผ่นยิปซัม (ใช้ยึดยิปซัมกับผนัง)
- เทปประสานรอยต่อ ใช้ปิดรอยเชื่อมต่อระหว่างแผ่นยิปซัมขอบลาดก่อนการฉาบด้วยปูนฉาบรอยต่อเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ
- เหล็กเข้ามุม ช่วยป้องกันการแตกหักจากการกระแทก ราคา
- ยิปซัมธรรมดาชนิดขอบเรียบและขอบลาด หนา 12 มิลลิเมตร ราคา 230 บาทต่อแผ่น เมื่อนำมาติดตั้งร่วมกับโครงคร่าวโลหะเพื่อกั้นห้องแล้ว ราคาจะอยู่ที่ตารางเมตรละสามร้อยกว่าบาท

2. เซลโลกรีต (Cellocrete) แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ

- เซลโลกรีตธรรมดา
- เซลโลกรีตโฟม (ผิวหน้าธรรมชาติหรือทำสีสำเร็จ)
- เซลโลกรีตเชลล์ โดม แปดเหลี่ยม (เหมาะสำหรับงานตกแต่งฝ้าเพดาน)
คุณสมบัติวัสดุ
- มีลักษณะคล้ายกับแผ่นยิปซัม ผลิตจากเส้นใยไม้เนื้ออ่อนผสมกับปูนซีเมนต์แล้วนำมาอัดแน่นด้วยเครื่องจักร ผิวหน้ามีลวดลายสวยงามตามธรรมชาติ มีน้ำหนักเบา ป้องกันความร้อน เก็บเสียงได้ดี และปลวกไม่กิน
- มีหลายขนาด คือ กว้าง 0.60 เมตร ยาว 0.60, 1.20 เมตร และหนา 0.5 – 3 นิ้ว โดยขนาดที่เหมาะสมกับการทำผนังก็คือความหนาระหว่าง 0.75 – 3 นิ้ว ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าผนังคอนกรีต10 เท่า
วิธีติดตั้งและอุปกรณ์เสริม
- โครงคร่าวไม้หรือโครงคร่าวโลหะ
- สามารถฉาบปูนตกแต่งผิวหน้าได้เช่นเดียวกับผนังก่ออิฐ
ราคา
- แผ่นเซลโลกรีตชนิดธรรมดาขนาด 0.60 x 1.20 เมตร หนา 0.75 นิ้ว ราคา 120 บาทต่อแผ่น และเมื่อนำมาติดตั้งร่วมกับโครงคร่าวโลหะแล้ว ราคาจะอยู่ที่ตารางเมตรละสามร้อยกว่าบาท
3. วีว่าบอร์ (Viva Board )

แผ่นไม้อัดซีเมนต์อเนกประสงค์
คุณสมบัติวัสดุ
- ผลิตในประเทศไทย ประกอบด้ยยเศษไม้ย่อย ซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ และน้ำยาเคมี โดยนำมาอัดด้วยเครื่องจักรแรงดันสูง มีความแข็งแรง คงทนต่อสภาพอากาศ และปลอดภัยจากแมลงกินไม้ต่างๆ ทั้งยังทนไฟเหมือนซีเมนต์ สามารถทาสีและตกแต่งผิวหน้าได้ง่าย
- สามารถเลื่อย ตัด เจาะ และตอกตะปูได้ด้วยเครื่องมือที่ใช้กับไม้ทั่วไป
- ความยาวของแผ่นมีขนาดเดียวกันกับยิปซัมบอร์ด โดยมีความหนาตั้งแต่ 6 – 24 มิลลิเมตร สำหรับผนังภายในทั่วไปแนะนำให้ใช้ความหนาที่ 8 – 12 มิลลิเมตร
วิธีติดตั้งและอุปกรณ์เสริม
- ติดตั้งบนโครงคร่าวไม้หรือโครงเหล็กชุบสังกะสี
- สามารถปิดผิวหน้าด้วยกระเบื้องหรือวัสดุอื่นๆ
ราคา
- วีว่าบอร์ดขนาดมาตรฐาน ความหนา 8 มิลลิเมตร ราคา 290 บาทต่อแผ่น เมื่อนำมา ติดตั้งร่วมกับโครงคร่าวโลหะแล้ว สนนราคาจะอยู่ที่ตารางเมตรละไม่เกิน 300 บาท
4. Eterpan-Board

แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์
คุณสมบัติวัสดุ
- เป็นวัสดุนำเข้า ซึ่งทำมาจากส่วนผสมต่างๆ 5 ชนิด คือ น้ำ ทราย แร่ ปูนซีเมนต์ และเส้นใยไฟเบอร์จากพืช โดยนำมาขึ้นรูปเป็นแผ่นทีละชั้น และผ่านการอบความร้อนด้วยไอน้ำ จึงไม่ยืดหดตัว มีความหนาแน่นสูง เหนียวและทนต่อการรับแรงกระแทก อีกทั้งยังช่วยลดเสียงสะท้อนภายในห้องได้ดี
- ขนาดมาตรฐานกว้าง 4 ฟุต ยาว 8 ฟุต เช่นเดียวกับแผ่นไม้อัด โดยมีความหนาตั้งแต่ 4.5 – 20 มิลลิเมตร สำหรับความหนาที่เหมาะสมในการทำผนังก็คือขนาด 4.5 – 9 มิลลิเมตร
- ใช้งานได้ทั้งสองด้าน คือจะมีหน้าเรียบ 1 หน้า และหน้าหยาบ 1 หน้า หากต้องการผิวสัมผัสแบบขรุขระก็ให้ใช้หน้าหยาบ แต่ถ้าต้องการความเรียบเนียนก็ให้ใช้ด้านเรียบแทน
วิธีติดตั้งและอุปกรณ์เสริม
- ติดตั้งได้ทั้งบนโครงคร่าวไม้ โครงเหล็กชุบสังกะสี รวมทั้งโครงคร่าวอะลูมิเนียม
- ถ้าต้องการความเรียบแบบยิปซัม สามารถลบมุมทำขอบลาดและใช้วัสดุฉาบรอยต่อ เช่น ยิปซัมปลาสเตอร์มาฉาบรอยต่อระหว่างแผ่นได้ทันที
ราคา
- ราคาของ Eterpan-Board เทียบเคียงได้จากราคาของแผ่นไม้อัดไทยคุณภาพดี (โรงเก่า) สำหรับความหนาที่เหมาะในการทำผนังมีราคาเริ่มต้นที่ 160 – 300 บาท เมื่อนำมาติดตั้งร่วมกับโครงคร่าวโลหะแล้วราคาจะอยู่ที่ตารางเมตรละ 300 – 400 บาท
ที่มา:เว็บไซต์ kt aluminium
ดูผลงานเพิ่มเติมได้ที่ : http://blueworkthailand.com
Callcenter : 02-876-6096
Tel. : 089-144-0199






วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555

บลูเวิร์ค สร้างสรรค์งานออกแบบร้านยาเพื่อพัฒนาไปสู่ร้านยาคุณภาพ



       บลูเวิร์ค เราพัฒนางานออกแบบและตกแต่ง ร้านขายยาในประเทศไทยให้สวยงาม ใช้งานได้คุ้มกับพื้นที่อีกทั้งยังถูกต้องตาม กฎกระทรวงสาธารณสุข ด้วยความมุ่งมั่น ที่จะเป็นส่วนหนึ่ง ในการพัฒนาร้านยาแผนปัจจุบันไปสู่ “ ร้านยาคุณภาพ ” ในอนาคต





        วันนี้ด้วยประสบการณ์การออกแบบ และติดตั้งให้กับร้านยา กว่า 300 ร้านค้าทั่วประเทศ เราจึงมั่นใจ และพร้อมจะปรับเปลี่ยน ภาพลักษณ์ใหม่ให้ร้านของคุณ เป็นหนึ่งในชุมชน เพื่อแสดงให้เห็นถึงแนวคิดในการพัฒนาร้านยาให้เป็นสถานบริการด้านสุขภาพ ด้วยบริการจากมืออาชีพ



DRUGSTOR

FANTASTIC  WOODS  งานไม้ที่สร้างสรรค์ได้หมด






ร้านยา เอี๊ยะซิ่วโอสถ นราธิวาส

MODERN  ALUMINIUM  งานอลูมิเนียมที่ทันสมัย 





TECHNOLOGY  METAL  งานผลิตชิ้นงานเหล็กที่เข็งแรงทนทาน มาตราฐานเดียวกับ 7-Eleven







        บลูเวิร์ค คิดค้นและพัฒนารูปแบบการตกแต่งร้านค้าปลีกในประเทศไทย  ให้ทันสมัย สวยงามและสามารถตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภค (ลูกค้าของท่าน) ด้วยประสบการณ์จริงจากการทำร้านค้าปลีก ทั่วประเทศ โดยเฉพาะ ร้านขายยาและ คลินิก ซึ่งอาศัยหลักการออกแบบจากวัสดุที่คงทน สวยงามและยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากนวัตกรรมงานออกแบบ 3 มิติ

ดูผลงานเพิ่มเติมได้ที่ : http://blueworkthailand.com
Callcenter : 02-876-6096
Tel. : 089-144-0199























วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2555

บลูเวิร์ค นำเสนอแนวทางที่ต่างออกไป

บลูเวิร์ค นำเสนอแนวทางที่ต่างออกไป


      หลักสำคัญในการสร้างอนาคต คือประวัติศาสตร์ และ การสร้างความเป็นเอกลักษณ์ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการออกแบบ มิใช่การลอกเลียนแบบ เพราะสิ่งที่ผ่านการคิด และสร้างโดยมีความเข้าใจ
จะอยู่กับเราได้ไปอีกนาน



      ด้วยความเป็นมืออาชีพจากการออกแบบ และ ใช้วัสดุคุณภาพ ติดตั้ง ดำเนินการจริงแล้วทั่วประเทศ เราพร้อมรับประกันงานด้วยความมั่นใจ

Callcenter : 02-876-6096
Tel. : 089-144-0199


วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

แนวคิดในการเลือกใช้สีทาบ้าน

แนวคิดในการเลือกใช้สีทาบ้าน

สีในท้องตลาดมีมากมายหลายชนิด แบ่งแยกตามจุดประสงค์การใช้งาน แนวคิดกว้างๆ ในการเลือกใช้สี ต้องเลือกใช้สี ที่เหมาะสม กับจุดประสงค์ การใช้งาน เพื่อประโยชน์สูงสุด ที่ได้รับ การเลือกสีสำหรับอาคารนั้น ต้องเลือกให้ตรงตาม วัตถุประสงค์ที่ใช้ โดยแยกตาม ประโยชน์และหน้าที่ เฉพาะของสีโดยมี รายละเอียดดังต่อไปนี้





1. ทาสีเพื่อปกป้องพื้นผิว การทีสีนั้นนอกจากทำเพื่อความเรียบร้อยสวยงามแล้วยังช่วยปกป้องและป้องกันความเสียหายอันเกิดกับพื้นผิวของวัสดุต่างๆ ของอาคารจากการกัดกร่อนของธรรมชาติ ได้แก่ แสงแดด ฝน สภาวะอากาศ รวมถึงทั้งสารเคมี และการสัมผัส เช็ด ถู ขูดขีด เป็นต้น

2. เพื่อสุขลักษณะและความสะอาด การทาสีที่ผ่านการเลือกใช้อย่างดี ถูกต้องตามลักษณะการใช้สอยของพื้นที่ในส่วนต่าง ๆ แล้ว จะช่วยทำให้ผิวหน้าของพื้นผิวเมื่อมีการใช้งานจะทำความสะอาดได้ง่ายไม่ดูดซึมน้ำและสารละลายต่างๆ ได้ เช่น ครัว ควรใช้สีที่ทำความสะอาดง่ายเช่นสีน้ำมัน หรือ สีAcrylic อย่างดี, ห้อง LAB หรือห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ ควรใช้สีที่มีความทนทานต่อสารเคมี และห้องน้ำ ควรใช้สีที่ทนต่อน้ำและความชื้นได้ดี ทำความสะอาดง่าย เป็นต้น



3. เพื่อปรับความเข้มของแสง บรรดาเฉดสีต่างๆ นอกจากจะมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้อยู่อาศัย เช่น ทำให้ดูโล่งกว้าง ดูหนักแน่น หรือดูเร้าใจ เป็นต้นแล้วก็ยังจะมีส่วนช่วยในการปรับ ความเข้ม จาง ของแสงจากแสงแดดและแสงไฟฟ้า เฉดของสีมีส่วนช่วยเพิ่มหรือลดความเข้มของแสงในอาคารได้ เช่น ในห้องอ่านหนังสือที่ต้องการแสงสว่างมาก ๆ ก็ควรใช้เฉดสีสว่าง เช่น สีขาว ในขณะที่ห้องชมภาพยนตร์ ควรจะเลือกใช้เฉดสีที่มืด ไม่รบกวนการชมภาพยนตร์ เป็นต้น ในห้องที่แสงไม่พอ ก็สามารถ ใช้เฉดสีสว่างเข้ามาช่วยทำให้แสงภายในห้องดีขึ้นได้ส่วนหนึ่ง

4. สัญลักษณ์เครื่องหมาย บางครั้งก็มีการใช้สีสื่อความหมาย เป็นเครื่องหมายสัญลักษณ์ ในรูปกราฟฟิก สีบางชนิด จะมีการสื่อ ความหมาย เป็นแบบมาตรฐานสากลได้ เช่น ป้ายจราจร สัญลักษณ์ ระวังอันตรายต่างๆ เป็นต้น

5. ความสวยงาม ประการสุดท้ายซึ่งเป็นประการสำคัญในการเลือกใช้สี คือเรื่องของความสวยงามความพอใจ ซึ่งเป็นผลโดยตรง และเห็นได้ชัดเจนที่สุด สำหรับงาน ทางสถาปัตยกรรม อาคารบ้านเรือนต่างๆ การเลือกชนิดของสี และ เฉดสีอาจช่วยเน้น ให้แนวความคิดใน การออกแบบแสดงออกมา ได้ดียิ่งขึ้น
การเลือกใช้สีนั้น อันดับแรก ต้องพิจาณา ถึงความต้องการใช้สอยในพื้นที่ที่จะทาเสียก่อน ว่ามีการใช้งานมากน้อย หนักเบาอย่างไรบ้าง ดูว่าพื้นที่นั้น ๆ มีความต้องการพิเศษ หรือไม่อย่างไร สุดท้ายจึงคำนึงถึงความชอบ ความสวยงาม


ที่มา : เว็บไซต์ novabizz





วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

การวางระบบไฟฟ้า

การวางระบบไฟฟ้า


งานด้านสาธารณูปโภคนับเป็นสิ่งอำนวยความสะดวก พื้นฐาน ที่จำเป็นสำหรับอาคารบ้านเรือนทั่วไป ที่สำคัญได้แก่ ระบบไฟฟ้า และระบบน้ำประปา ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เป็นปัจจัยสำคัญ สำหรับการดำเนินชีวิต ในยุคปัจจุบัน การวางระบบไฟฟ้าและระบบน้ำประปาที่ดี รวมทั้งการเดินสายไฟ และเดินท่อน้ำ อย่างประณีตถูกหลัก จะให้ความปลอดภัย และความสะดวกสบาย แก่ผู้อยู่อาศัยไปได้นาน
ในสมัยก่อน การเดินสายไฟมักจะใช้วิธีเดินสาย ลอยตามผนังอาคาร ขณะที่การเดินท่อน้ำจะเดินท่อลอยตามขอบพื้นและขอบผนัง


เมื่อใช้งานไป หากเกิดการชำรุดเสียหายขึ้นการตรวจสอบและการซ่อมแซมก็สามารถทำได้ไม่ยาก แต่ในปัจจุบันบ้านเรือนสมัยใหม่ มีความพิถีพิถัน ในด้านความสวยงามมากขึ้น การเดินสายไฟมักจะใช้วิธีเดินสายร้อยท่อ ซึ่งฝังอยู่ภายในผนัง หรือเหนือเพดานขณะที่การเดินท่อน้ำ จะใช้วิธีเดินท่อฝัง อยู่ภายในผนัง หรือใต้พื้น เพื่อซ่อนความรกรุงรัง ของสายไฟ และท่อน้ำเอาไว้ การเดินสายไฟและท่อน้ำแบบฝังนี้แม้จะเพิ่มความสวยงาม และความเป็นระเบียบเรียบร้อย ให้แก่ตัวบ้าน แต่ก็มีข้อเสียแฝงอยู่ เพราะถ้าเกิดปัญหาไฟช็อต ไฟรั่ว หรือท่อน้ำรั่ว ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจาก การใช้วัสดุที่ด้อยคุณภาพ การติดตั้งอย่างผิดวิธี หรือการชำรุดเสียหายอันเนื่องมาจากการใช้งานก็ตาม การตรวจสอบ หรือการซ่อมแซมย่อมทำได้ลำบาก อาจถึงขั้นต้องทำ การรื้อฝ้าเพดานรื้อกำแพงหรือพื้นที่บางส่วนเพื่อทำการตรวจสอบและ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งทำให้เกิด ความเสียหายต่อตัวบ้าน เสียเวลา และเสียค่าใช้จ่ายสูง

ในการวางระบบไฟฟ้า วิธีหลีกเลี่ยงปัญหาข้างต้นอย่างง่ายๆวิธีหนึ่งก็คือการเลือกเดินสายไฟแบบลอย ซึ่งอาจจะดูไม่เรียบร้อยนัก และเหมาะสำหรับ อาคารบ้านเรือนขนาดเล็กเท่านั้น แต่สำหรับผู้ที่ต้องการความประณีตสวยงามหรือบ้านขนาดใหญ่ที่มีการเดินสายไฟ เป็นจำนวนมาก การเดินสายไฟแบบฝัง ดูจะมีความเหมาะสมกว่า อย่างไรก็ตาม ปัญหาต่างๆ ดังกล่าวอาจจะป้องกันหรือทำให้ ลดน้อยลงได้โดยการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ ใช้วัสดุที่ถูกต้อง และมีขนาดที่เหมาะสม รวมทั้งมีการติดตั้งอย่างถูกวิธีและมีระบบ แบบแผน


การวางระบบไฟฟ้า


การวางระบบไฟฟ้าในอาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการเดินสายไฟไม่ว่าจะเป็นการเดินสายไฟแบบลอยหรือแบบฝัง
การวางตำแหน่งของ ดวงโคม สวิตซ์ไฟ ปลั๊กไฟ ตลอดจนการเดินสายไฟเตรียมไว้สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า ต่างๆ เช่น เครื่องปรับ
อากาศ เครื่องทำน้ำร้อน เครื่องดูดควัน รวมถึงการติดตั้ง อุปกรณ์ควบคุมต่างๆ เช่น ตู้เบรกเกอร์ (circuit breaker) หรือเครื่องตัดไฟ
อัตโนมัติเมื่อเกิดไฟฟ้ารั่วหรือไฟฟ้าลัดวงจรขึ้น อุปกรณ์ไฟฟ้าจำพวกดวงโคม สวิตซ์ไฟ และปลั๊กไฟถือเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่จะต้องมีอยู่ทุกบ้าน การวางตำแหน่งของอุปกรณ์ เหล่านี้มักจะถูกระบุไว้ใน แบบแปลนของบ้าน ตั้งแต่เริ่มแรก ปัญหาอย่างหนึ่ง ที่มักจะเกิดขึ้นภายหลัง และพบเห็นได้บ่อย ก็คือตำแหน่ง ของอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้ไม่สอดคล้องกับ การใช้งานจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวางตำแหน่งของปลั๊กไฟ เช่น ปลั๊กบางตัวอาจจะอยู่ในตำแหน่ง ที่ไม่ได้ใช้งานเลย ในขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้าบางเครื่องอาจวางตำแหน่งที่ไม่มีปลั๊กให้เสียบ ซึ่งก่อให้เกิดความไม่สะดวก หากจะลงทุนย้าย หรือเพิ่มตำแหน่ง ปลั๊กไฟก็เกิดความยุ่งยาก ถึงแม้ปัญหาในลักษณะนี้บางคน อาจมองว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่ก็จริงอยู่ แต่หากจะมองอีกแง่หนึ่ง การวางตำแหน่งของ อุปกรณ์ดังกล่าว มักเป็นตำแหน่งที่ถาวร ไม่ค่อย มีการเปลี่ยนแปลง การวางตำแหน่งที่ถูกต้องเหมาะสมสำหรับ การใช้งานในบ้านแต่ละหลัง ตั้งแต่แรกจะช่วยให้เกิด ความสะดวกสะบาย ตลอดอายุการใช้งานของบ้าน โดยไม่ต้องมาคอยเปลี่ยนแปลง แก้ไขให้ยุ่งยาก และเสียความสวยงาม ในภายหลัง ดังนั้นหากเป็นไปได้ก่อนขั้นตอนของการเดินสายไฟเจ้าของบ้านควรจะมีการทดลอง หาตำแหน่งใน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ รวมทั้งตำแหน่ง ของอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ อย่างคร่าวๆ เพื่อจะได้ระบุตำแหน่งในการติด ตั้งปลั๊กไฟ หรืออุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้อง ได้อย่างเหมาะสม เพราะการเปลี่ยนแปลงแก้ไขในขั้นตอนนี้ยังสามารถทำได้โดยง่าย ถือว่ายอมเสียเวลา ในตอนต้นสักเล็กน้อย จะช่วยให้ท่านได้รับประโยชน์ ใช้สอยอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ หากคิดว่าจะมีการติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติม เช่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำร้อน หรือเครื่องดูดควัน ก็ควรจะ ระบุตำแหน่งที่แน่นอน และให้ช่างไฟฟ้าเดินสายเผื่อไว้เลย เพราะจะมีความเรียบง่ายกว่าที่จะใช้ให้ช่างติดตั้งอุปกรณ์มาเดินสายไฟให้ ในภายหลัง โดยเฉพาะบ้านที่เดินสายไฟแบบฝังจำเป็นจะต้องเดินสายไว้ล่วงหน้าเลย



ที่มา : website novabizz











Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More